ห้องเรียนประสบการณ์จาก Panama Papers สู่ Data Journalism ในไทย

Photo by Franki Chamaki on Unsplash

หลังจากผู้เขียน ได้เขียนปฐมบทของวงการข่าวสู่การเริ่มศึกษาและนำ Data มาเล่าข่าวเพื่อทำให้ประชาชนเกิดความรู้ ความเข้าใจข่าวด้วยข้อมูล ในหัวข้อ Data Journalism is Future Journalism ไปแล้ว พบว่าเพื่อนพ้องในแวดวงสื่อให้ความสนใจถามไถ่กันเข้ามาพอสมควร ถึงการเริ่มต้นลงมือทำ (know how)

คำตอบข้อนี้ยาก แต่ก็เป็นคำตอบที่สำคัญที่สุดในชั่วโมงนี้ เพราะในโลกของ Data Journalism Guru แถวหน้าเบอร์ต้นๆ และเป็นคนไทยหนึ่งเดียวในการร่วมทีมข่าว Data Journalism ร่วมสอบสวนขุดคุ้ยเรื่อง Panama papers อย่างพี่ปรางค์ทิพย์ ดาวเรือง ซึ่งเคยมาเป็นอาจารย์พี่เลี้ยงเลคเชอร์ในห้องเรียนของสมาคมนักข่าวฯ ที่ดึงเหล่า Journalist และ Developer มาเรียนในห้องเดียวกันก็ยังบอกไว้ในการอบรมภาค 2 Data Journalism Camp : เมือ “นักข่าว” จับมือ “Developer” การหลอมรวมของ “ข้อมูล” และ “เทคนิค” ​สู่งานข่าวข้อมูลเชิงลึก ไว้ว่า

พี่ปุ๊-ปรางค์ทิพย์ ดาวเรือง นักข่าวไทยหนึ่งเดียวที่ร่วมทีมข่าวข้อมูลเชิงสืบสวน Panama Papers

นิยามของ Data Journalism ในปัจจุบันยังไม่มีการระบุแน่ชัด นักข่าวทั่วโลกยังอยู่ในขั้นของการค้นหาวิธีการ ปัจจุบันคือการลงมือทำและขุดค้นหาข้อมูลร่วมมือกับ Developer ด้วยวิธีการเฉพาะที่เหมาะสมกับสภาพองค์กรของสื่อในประเทศนั้นๆ และต้องรับมือตลอดเวลากับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วในยุคธุรกิจสื่อพลิกผัน Media Disruption

ปรางค์ทิพย์ ดาวเรือง นักข่าวไทยหนึ่งเดียวที่ร่วมทีมข่าวข้อมูลเชิงสืบสวน Panama Papers

ดังนั้นก่อนที่จะไปถึงโปรแกรมสำหรับนักข่าวที่สนใจเริ่มต้นทำ Data Journalism ที่ผู้เขียนเคยสัญญาไว้ว่าจะมาเล่าให้ฟัง ในบทความนี้ผู้เขียนเห็นว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องเริ่มต้นเล่างาน Data Journalism ภาคประสบการณ์ จากพี่ปุ๊ ปรางค์ทิพย์ เพื่อให้ผู้สนใจเห็นภาพเชิงประเด็นข่าวและวิธีการกลั่นกรองข้อมูล การใช้ข้อมูลอย่างรอบคอบของทีมข่าว และ ทีม Developer ด้วยตัวอย่างการทำงานจริงเสียก่อน (ข้อมูลการนำเสนอนี้บางส่วนนำมาจาก Slide ประกอบการบรรยายของพี่ปรางค์ทิพย์ โดยผู้เขียนได้ขออนุญาตเพื่อการนำเสนออันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะแล้ว)


International Consortium of Investigative Journalists
https://www.icij.org/investigations/panama-papers/

นี่คือหน้าตาของเว็บไซต์และการรวมตัวของของนักข่าวทั่วโลกในนาม สมาชิกเครือข่ายผู้สื่อข่าวสืบสวนสอบสวนนานาชาติ (International Consortium of Investigative Journalists -ICIJ)และสื่ออีกมากกว่า 100 รายซึ่งรวมถึงสื่อใหญ่อย่าง BBC และ The Guardian ในการอ่านและขุดคุ้ยเรื่องราวต่างๆ จากเอกสารกว่า 11.5 ล้านชิ้น โดยเป็นประวัติศาสตร์การนำเสนอข่าวที่มีข้อมูลมากที่สุดในโลก โดยมีจำนวนมากถึง 2.6 Terabytes (TB)​ คำอธิบายเพิ่มเติมสำหรับคำว่า เทระไบต์ (Terabyte) หรือ เทราไบต์ นั้นใช้ตัวย่อว่า TB เป็นหน่วยวัดขนาดของข้อมูลในคอมพิวเตอร์ เช่น ใช้เป็นหน่วยวัดความจุของหน่วยความจำหรือฮาร์ดดิสก์ เทระไบต์ มีขนาดอ้างอิงคร่าวๆ คือ 1 TB = 1,000,000,000,000 ไบต์ (หนึ่งล้านล้านไบต์) ใช้ในหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์ และในวิศวกรรมสื่อสาร หรือเทียบเท่าได้กับ 1,024 GiB = 1 TiB

  • นี่จึงถือเป็นการรายงานข่าวตีแผ่ข้อมูลการถือครองบริษัทนอกอาณาเขต (offshore company) ใน พ.ศ. 2559 โดยได้จากฐานข้อมูลของสำนักกฎหมาย Mossac Fonseca ตั้งอยู่ที่ประเทศปานามา  และมีสาขา 42 ประเทศทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย​​
  •  ข้อมูลนี้ได้จากผู้ใช้นามว่า John Doe
  •  พบรายชื่อนักการเมืองหรือผู้ใกล้ชิด  ดารา นักฟุตบอล คนดังในทุกวงการอีกหลายประเทศ
  • อ่านข่าว ไข 11 ข้อกังขา ‘ปานามา เปเปอร์ส ‘กับลูกค้า 21 รายในประเทศไทย

สิ่งที่เกิดขึ้นในปรากฎการณ์การร่วมมือเพื่อสืบค้นหาความผิดปกติของข้อมูลครั้งนั้น ได้เปลี่ยนวิถีการทำงานของนักข่าวและในห้องข่าวไปอย่างสิ้นเชิง กล่าวคือ

  • เกิดเป็นความร่วมมือข้ามพรมแดนของผู้สื่อข่าวจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ในระยะเวลาประมาณ 1 ปี​
  • ​เกิดเป็นความร่วมมือของ นสพ.ซูดดอยช์เซตุง ร่วมมือกับ International Consortium of Investigative Journalists พร้อมผนึกกับนักข่าวอีก 370 คนจาก 78 ประเทศ
  • ​นักข่าวแลกเปลี่ยนข้อมูล และรักษาความลับ และรายงานข่าวพร้อมกัน (3 เมษายน 2559)
  • ​องค์กรสื่อคู่แข่งในบางประเทศรายงานข่าวร่วมกัน
  • ​ไม่จำกัดลักษณะหรือขนาดขององค์กรสื่อ หรือสถานะของตัวนักข่าว

แต่ที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือรูปแบบการจัดการข้อมูล ภายใต้การดูแลขององค์กรกลาง หรือองค์กรสื่อ ในชื่อ ICIJ คือเรื่องการจัดการ 2 ด้าน คือ จัดการกับเทคโนโลยี และ จัดการกับนักข่าว

ปรางค์ทิพย์ ดาวเรือง นักข่าวไทยหนึ่งเดียวที่ร่วมทีมข่าวข้อมูลเชิงสืบสวน Panama Papers

ในด้านแรกคือ การจัดด้านเทคโนโลยี​ คือ​จัดระบบรักษาความปลอดภัยของข้อมูล​ และการ​สร้างระบบฐานข้อมูลสำหรับนักข่าว​​ (ข้อนี้สำคัญมาก เพราะระบบฐานข้อมูลคือหัวใจของการทำงาน Data Journalism ซึ่งผู้เขียนจะกล่าวในบทต่อๆไป )

ด้านต่อมาคือ การประสานงานนักข่าว เชิญนักข่าวร่วมโครงการ กำหนดกรอบการทำงาน ดูแลการติดต่อสื่อสาร แก้ปัญหาเฉพาะหน้า​

พี่ปุ๊ เล่าว่า การห้ามนักข่าวไม่ให้พูดและไม่ให้เผยแพร่ข้อมูลจึงเป็นงานโหดหิน ^_^ การร่วมกันทำงานนี้จึงต้องมีการลงนามสัญญาและการรักษาความลับร่วมกันระหว่างทีมข่าวและฝ่ายเทคโนโลยี จะเห็นได้ว่า “การจัดการความลับ” ถือเป็นหมวดงานหนึงที่ทีม Data Journalism พึงต้องให้ความสำคัญ เป็นอย่างยิ่ง !!!

ยิ่งไปกว่านั้น

  • Panama Papers แสดงให้เห็นว่าการใช้ data ขนาดที่ใหญ่เพียงพอสามารถแสดงภาพโครงสร้างใหญ่ของปัญหาหนึ่ง ๆ ให้สังคมรับรู้ได้
  • เทคโนโลยีจะมีอิทธิพลต่อกระบวนการรายงานข่าวมากขึ้น (การได้มาซึ่งข้อมูล-การนำเสนอ-การเข้าถึงผู้รับสื่อ)
  • ข้อมูลที่ตกถึงมือสื่อมวลชนจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ นักข่าวและองค์กรสื่อจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนกระบวนการรายงานข่าว 
  • นักข่าวและองค์กรสื่อหลีกเลี่ยงเทคโนโลยีไม่ได้ แต่ต้องไม่ละเลยมาตรฐานการรายงานข่าวแบบเดิม
  • Data Journalism ไม่ใช่ data dump ​ซึ่งหากเป็นการอธิบายเพิ่มเติมก็คือไม่ใช่การอัดข้อมูลลงไปในข่าวทั้งหมด โดยปราศจากระบบการตรวจสอบกลั่นกรองข้อมูลก่อน

หัวใจสำคัญที่พี่ปุ๊ ย้ำในห้องเรียนสำหรับนักข่าวและทีม Dev=Developer ในวันนั้น คือ “นักข่าว”เราต้องมี Mindset เรื่องการทำข่าวเชิงข้อมูลอะไรบ้าง

1.ทำความเข้าใจกับเทคโนโลยี (การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล, การใช้ฐานข้อมูล, การติดต่อสื่อสารระหว่างกัน)​ ข้อนี้เลี่ยงไม่ได้แล้วที่เราต้องเร่งรีบทำความเข้าใจ ชวนอ่านบทความของ Blogger Dev.Dr.Kan กับมุมมองประสบการณ์ล้ำค่ากับค่าย Data Journalism Camp Thailand

2.สกัดข้อมูลจากฐานข้อมูล (key word- ภาพ,ข้อความ,อีเมล์, การตรวจสอบของบริษัท) ให้เป็นอย่างชำนาญและขีดเส้นไว้ว่าอย่างรอบคอบ

​3.การวิเคราะห์ข้อมูล (ขั้นตอนนี้จะเป็นส่วนของการฝึกฝนการใช้โปรแกรมในการ Visual ดูข้อมูลของนักข่าว ไม่ว่าจะเป็นโปรแกรม Microsoft Excel พื้นฐาน การได้ข้อมูลแบบมีโครงสร้าง ( Structure ข้อมูลที่มีการจัดระเบียบโครงสร้างและทำ Data Cleaning แล้ว) มาฝึกฝนแสดงภาพด้วยข้อมูล (Data Visualization) อย่างเว็บไซต์ flourish.studio การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกอย่าง 2 เว็บไซต์ที่ Dev รู้จักกันดี คือ Tableau และ Power Bi โดยบางโปรแกรมมีเวอร์ชั่นให้ใช้ฟรีอย่างมีเงื่อนไข แต่ส่วนใหญ่จะเป็นรูปแบบการมีค่าใช้จ่าย ซึ่งส่วนนี้จึงเป็นเหตุผลว่า Data Journalism ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆหากปราศจากทุนคุณธรรมที่เข้มแข็งมากพอ โดยบางโปรแกรมสำเร็จรูปเมื่อซื้อมาแล้วก็ยังต้องใช้การเขียนหรือปรับ Code เพิ่มเติมจาก Developer อีก

ตัวอย่างของโปรแกรมการวิเคราะห์ข้อมูลและการรายงานข้อมูลข่าวที่องค์กรข่าว-นักข่าว ควรฝึกฝนและฝึกการใช้งานจากประเด็นข่าวเพื่อการนำเสนอ Data Journalism ในไทย

https://flourish.studio/
https://www.tableau.com/
https://powerbi.microsoft.com/en-us/

4.การยืนยันข้อมูล ประเด็นข้อนี้สำคัญมาก และนี่จึงเป็นเหตุผลว่าเหตุใดข่าวสืบสวนจำเป็นต้องมีการร่วมมือกันของนักข่าวที่มีความสามารถในการยืนยันข้อมูลแหล่งที่มาได้อย่างมืออาชีพ การรวมตัวกันของทีมข่าว การประชุมข่าวโดยมีองค์กรสื่อตรงกลางจึงกลายเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญ

5.การรายงานข้อมูล ขั้นตอนนี้ คือ ทักษะของนักข่าวในการเป็นนักเล่าเรื่อง Storyteller ที่สะสมในตัวเพื่อการเลือกการแสดงผลข้อมูลจากโปรแกรมในข้อ 3. ให้เหมาะสมเกิดความเข้าใจ และเกิดการโต้ตอบระหว่างผู้อ่านกับข้อมูล (Visual Interactive) เพื่อสร้างพลวัตในการขับเคลื่อนข่าว ขับเคลื่อนสังคมด้วยข้อมูลความรู้อย่างแท้จริง ​

วันนี้ ห้องเรียนนิเทศศาสตร์ และห้องเรียนวารสารศาสตร์จำนวนหนึ่งในไทย และองค์กรสื่อกำลังให้ความสนใจต่อเรื่องนี้ หัวใจสุดสำคัญที่พี่ปุ๊ ย้ำคือบทบาทของนักข่าวในอนาคตที่โลกเต็มไปด้วยข้อมูล นั่นคือสิ่งที่นักข่าวต้องตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล (ชื่อคน, ชื่อบริษัท, ศัพท์ทางการเงิน/ กฎหมายด้านภาษี) อย่างแม่นยำ

นักข่าวเราต้องอธิบายประเด็นให้ถี่ถ้วน​ เมื่อมีเรื่องที่ติดต่อขอความเห็นจากผู้ถูกพาดพิง​ โดยเราต้องดำเนินการติดต่อไปถึงต้นตอบุคคลในข่าวไว้ก่อน (ให้สัมภาษณ์หรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง) รวมไปถึงการไม่ด่วนเขียนเชิงกล่าวโทษ​ และการรายงานซ้ำเพื่ออธิบายหากเกิดการเข้าใจผิดในสังคม

เส้นทางของการทำข่าวสืบสวนสอบสวนของนักข่าวยังคงดำเนินอยู่ต่อไป ท่ามกลางสมรภูมิสื่อใหม่ๆที่นักข่าวและองค์กรสื่อทั่วโลกกำลังเจอการ Disrupt

ปัญหาของข้อมูลข่าวในวันนี้ ข่าวบางเรื่องอาจเป็นข่าวปลอม (Fake News) และข้อมูลข่าวบางเรื่องอาจเป็นข่าวที่มีคนพูดก็จริงแต่ว่าข้อมูลถูกบิดเบือน ( Disinformation) …..แต่การทำหน้าที่สื่อของเราอาจไม่ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อข้อมูลข่าวเหล่านี้กันอย่างเข้มแข็งมากเพียงพอ

ไม่มีทางเลือกมากนัก ในวงล้อมเช่นนี้นอกจากเราจะใช้ Digital Technology มาเปลี่ยนเกมการนำเสนอ Game Changer วิธีคิดของคนทำสื่อที่จะชนะใจคนและเป็นผู้อยู่รอด อาจอยู่ที่มุมมองที่แตกต่าง การทำงานโดยพยายามข้ามพ้นอุปสรรค และเติมทักษะใหม่ๆ รวมถึงมองสถานการณ์ทั้งหมดให้เห็นเป็นโอกาสและความท้าทายที่รออยู่ย่อมถือเป็นหลักคิดสำคัญในการรับมือกับอนาคต

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s